สมุนไพรรักษาโรคเกาต์


วันที่ 18 สิงหาคม 2557


โรคเกาต์เป็นโรคทางกรรมพันธุ์ เกิดจากความผิดปกติในการใช้สารพวกพิวรีน ซึ่งสารพิวรีน เป็นสารสำคัญในดีเอ็นเอ และในอาร์เอ็นเอ ของเซลล์ (สารซึ่งเกี่ยวข้องกับพันธุกรรมของเซลล์) และยังเกี่ยวข้องกับการใช้พลังงานต่างๆของเซลล์ด้วย โดย สารพิวรีน เป็นทั้งสารที่ร่างกายสังเคราะห์ได้เอง และได้จากอาหาร ซึ่ง เมื่อร่างกายใช้สารพิวรีนแล้ว จะเหลือเป็นสารปลายทางที่เรียกว่า กรดยูริก

อาหารที่มีพิวรีนต่ำ ได้แก่ ธัญพืชต่างๆ ไข่ นม และผลิตภัณฑ์จากนม ผัก และผลไม้เกือบทุกชนิด (0-50 มิลลิกรัมต่ออาหาร 100 กรัม)
อาหารที่มีพิวรีนปานกลาง ได้แก่ ข้าวโอ๊ต เนื้อหมู เนื้อวัว ปลากะพงแดง ปลาหมึก ปู ถั่วลิสง ถั่วลันเตา หน่อไม้ ใบขี้เหล็ก สะตอ ผักโขม (50-100 มิลลิกรัมต่ออาหาร 100 กรัม)อาหารที่มีพิวรีนสูง ได้แก่ เครื่องในสัตว์ เนื้อสัตว์ปีก ปลาดุก ปลาซาร์ดีน ปลาไส้ตัน กุ้ง ไข่ปลา น้ำต้มกระดูก น้ำสกัดเนื้อ ซุปก้อน กะปิ ชะอม กระถิน สะเดา เห็ด (150 มิลลิกรัมขึ้นไปต่ออาหาร 100 กรัม)

กรดยูริก เกิดจากสารพิวรีน ที่มีอยู่ในอาหารหลายชนิดกรดยูริกในร่างกายได้จาก 2 ทางคือ
1. จากอาหารที่รับประทาน ประมาณร้อยละ 20 ซึ่งมีมากในเนื้อสัตว์ ซึ่งจะถูกย่อยสลายจนเกิดเป็นยูริก
2. จากร่างกายสร้างขึ้นเอง ประมาณร้อยละ 80 ได้ จากการสลายเซลล์หรือเนื้อเยื่อในร่างกายแล้วถูกเปลี่ยนให้เป็นกรดยูริก เช่น กล้ามเนื้อทำงานมากขึ้นหรือภาวะอดอาหาร

โดยปกติร่างกายจะมีระดับกรดยูริกในเลือดไม่สูงกว่า 7 มิลลิกรัมในเลือด 1,000 มิลลิลิตร เนื่องจาก มีระบบควบคุมการสร้างและการกำจัดกรดยูริกอย่างสมดุล โดยปกติกรดยูริกจะถูกขับออกทางไต 2 ใน 3 ของที่ร่างกายสร้างขึ้น อีกส่วนหนึ่งจะขับออกทางลำไส้ใหญ่ทางน้ำลาย น้ำย่อยและน้ำดีซึ่งจะถูกทำลายโดยแบคทีเรียในลำไส้

สาเหตุของภาวะกรดยูริกสูงในเลือดนั้นมักไม่ทราบแน่ชัด โดยทั่วไปมีปัจจัยมาจาก
1. ร่างกายสร้างกรดยูริกมากเกินไป เนื่องจากร่างกายไม่สามารถควบคุมการสร้างกรดยูริกให้อยู่ในระดับปกติได้ ซึ่งเกี่ยวข้องกับกรรมพันธุ์หรือบริโภคอาหารประเภทโปรตีนอาหารมากเกินไป
2. ร่างกายขับกรดยูริกออกได้ไม่ดีหรือน้อยลง จากโรคไตพิการ การใช้ยาบางประเภท เช่น ยาขับปัสสาวะ ยารักษาวัณโรคบางชนิด เป็นต้น ในคนที่อ้วนควรลดน้ำหนัก โดยทานอาหารให้มีพลังงานต่ำประมาณวันละ 1,200-1,500 แคลอรี

โรคเกาต์ เป็นโรคที่ทำให้เกิดอาการปวดตามข้อชนิดหนึ่ง ซึ่งเกิดจากการรวมตัวกัน ของกรดยูริกภายในข้อ และประกอบกับการที่มีปริมาณกรดยูริกสูงด้วย คนแต่ละวัย ก็มีระดับกรดยูริกในเลือดที่แตกต่างกันได้ เช่น ผู้หญิงวัยก่อนหมดประจำเดือน จะมีระดับกรดยูริกในเลือดสูงกว่าคนในวัยอื่นๆ และนอกจากนี้ ยังพบว่า ผู้ชายมีโอกาสเป็นโรคเกาต์ มากกว่าผู้หญิงอีกด้วย

ผู้ป่วยแต่ละคนจะมีอาการจากอาหารไม่เหมือนกัน การรักษาโรคเกาต์จึงต้องใช้การสังเกตเอาเอง แพทย์จะแนะนำให้ผู้ป่วยกินผักใบเขียวที่มีธาตุเหล็กสูงและดื่มน้ำมาก ๆ สำหรับสมุนไพรแก้โรคเกาต์มีกันหลายสูตร ซึ่งสุขสาระจะขอนำเสนอบางสูตรดังต่อไปนี้

1. สูตรลูกยอ ลูกยอสุก 1 กก. มะเฟืองสุก 1 กก. กล้วยน้ำว้าสุก 1 กก. น้ำตาลทรายแดง 1 กก. วิธีทำ นำลูกยอ มะเฟือง กล้วยน้ำว้าสุก มาล้างให้สะอาด นำมาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ขนาด 1 ซม.(ไม่ปอกเปลือก) โรยน้ำตาลทรายแดงให้ทั่ว แล้วหมักในโหลทิ้งไว้ 1 เดือน วิธีรับประทาน วันที่ 1 - 3 ครั้งละ 1 ช้อนชาผสมน้ำดื่มก่อนอาหารเช้า, เย็น วันที่ 4 - 6 ครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะผสมน้ำดื่มก่อนอาหารเช้า, เย็น ครั้งต่อ ๆ ไป ครั้งละ2ช้อนโต๊ะผสมน้ำดื่มก่อนอาหารเช้า-เย็น รสชาติจะเหมือนพวกเครื่องดื่มชูกำลัง
2. ลูกเดือย มีสูตรจากผู้เฒ่าผู้แก่บอกต่อกันมาตั้งแต่โบราณ โดยให้เอาลูกเดือยหุงรวมกับข้าวเจ้า อัตราส่วน ลูกเดือย 2 ส่วน ข้าว 1 ส่วน กินทุกมื้อกับอาหารเป็นประจำ หรือเอาลูกเดือยนึ่งกับข้าวเหนียวปนน้ำขมิ้น ทำให้ข้าวเหนียวเป็นสีเหลือง พอนึ่งสุกโรยด้วยงาขาวหรืองาดำ ห่อด้วยใบตองขายกินกับเนื้อย่าง ได้ประโยชน์ช่วยบรรเทาโรคเกาต์
3. ขึ้นฉ่ายฝรั่งก้านโต ๆ มีสารต้านการอักเสบ กินวันละ 4 ก้าน หรือดื่มชาเมล็ดขึ้นฉ่าย ให้เมล็ดครึ่งช้อนชาชงน้ำร้อน 1 แก้วดื่ม 1-3 แก้วต่อวันหรือจะซื้อสารสกัดเป็นแคปซูลแทนก็ได้
4. ขมิ้นชัน โดยกินขมิ้นชันสดชิ้นเท่า 2 ข้อนิ้วก้อย 3 เวลาก่อนอาหารจะได้สารเคอร์คูมินที่มีอยู่ในขมิ้นชันพอสำหรับบรรเทาอาการเกาต์ได้ ที่สำคัญอย่าลืมดื่มน้ำสะอาดเยอะ ๆ ประมาณวันละ 8 แก้ว

โรคเกาต์มักสัมพันธ์กับการมีโรคอื่นร่วม ได้แก่ ภาวะไขมันสูง ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และโรคอ้วน ดังนั้น จำเป็นที่จะต้องรับการตรวจวินิจฉัยและดูแลรักษาโรคร่วมด้วยเสมอ ต้องลดน้ำหนักและควบคุมน้ำหนัก ดื่มน้ำพอสมควร งดการดื่มแอลกอฮอล์ ผู้ป่วยโรคเกาต์ควรจะต้องได้รับการประเมินการทำงานของไตและนิ่วของทางเดินปัสสาวะเสมอ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีสารพิวรีนสูง ก็จะช่วยลดอาการต่างๆ ลงได้บ้าง

การจัดอาหารสำหรับผู้ป่วยโรคเกาต์ดังนี้

  • ทานอาหารที่มีพิวรีนต่ำหรือไม่มีพิวรีน ได้แก่ นม ไข่ งดเว้นอาหารที่มีพิวรีนสูง เช่น เครื่องในสัตว์
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่มีพิวรีนปานกลาง เช่น สัตว์ปีก ชะอม กระถิน อาหารทะเล อาหารที่ปรุงไม่ควรใส่ผงชูรส หลีกเลี่ยงอาหารทอด น้ำต้มเนื้อ เช่น ก๋วยเตี๋ยวน้ำ
  • ในคนที่อ้วนควรลดน้ำหนัก โดยทานอาหารให้มีพลังงานต่ำประมาณวันละ 1,200-1,500 แคลอรี
  • ควรจำกัดอาหารที่มีไขมันสูง เพราะอาจกระตุ้นให้อาการกำเริบได้ ควรงดเครื่องดื่มพวกโกโก้ ช็อกโกแลต ควรทานนมพร่องมันเนย
  • ไม่ดื่มสุราโดยเด็ดขาด ส่วนกาแฟอาจทานได้บ้างพอประมาณ
  • ควรทานผักใบเขียวที่มีธาตุเหล็กสูง เพื่อทดแทนธาตุเหล็กที่ขาดเนื่องจากการงดทานเนื้อสัตว์
กัลยาณา-เรียบเรียง
สุขสาระ-มกราคม 2556





  • คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สำนักจุฬาราชมนตรี
  • มูลนิธิสันติชน
  • มูลนิธิรณรงค์เพื่อ
    การไม่สูบบุหรี่