ใบชะพลู 



ใบชะพลู


วันที่ 16 สิงหาคม 2557


ชะพลูหรือใบชะพลู อีกหนึ่งผักที่จัดว่าเป็นสมุนไพรแต่โบร่ำโบราณ เพราะคนไทยสมัยก่อนมักนิยมนำใบชะพลูมาเคี้ยวหมากกันหรือที่รู้จักกันในนาม หมากพลู ชะพลู เป็นไม้ล้มลุก แบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด ได้แก่ ไม้เถาและไม้เลื้อย ใบเป็นใบเดี่ยวรูปหัวใจ หน้าใบเป็นสีเขียวเข้มลื่นเป็นมัน หลังใบสากมีสีเขียวหม่น ชะพลู บางคนจะเรียกว่าช้าพลู ซึ่งในแต่ละพื้นที่จะเรียกแตกต่างกันออกไป เช่น ผักอีเลิด ใช้เรียกชะพลูชนิดเถา ผักอีไร ใช้เรียกชะพลูชนิดเลื้อย หรือนมวา ชะพลูชอบขึ้นตามที่ชื้นที่ลุ่มต่ำ บ้างก็อยู่ข้างลำธารหรือในป่าดิบแล้ง บางบ้านก็ปลูกเป็นผักสวนครัว

คนส่วนใหญ่มักจะนำมารับประทาน ซึ่งเป็นอาหารที่คนไทยรู้จักกันดีคือ เมี่ยงคำ คุณค่าทางอาหารของใบชะพลูนั้น รากใช้ขับเสมหะ บำรุงธาตุ ใบมีคุณสมบัติเจริญอาหารและขับเสมหะ เถา รากและใบขับเสมหะเหมือนกัน

รับประทานใบชะพลูบ้างเพื่อปรับสมดุลในร่างกาย แต่อย่ามากเกินเพราะอาจเป็นพิษกับตัวคนกินได้ ในใบชะพลูมีสารอาหารที่สำคัญต่อร่างกายของมนุษย์อย่างมาก คือ แคลเซียมและวิตามินเอ ซึ่งจะมีสูงเป็นพิเศษ นอกจากนี้ยังมีฟอสฟอรัส เหล็ก เส้นใย และสารคลอโรฟิลล์ ส่วนสรรพคุณทางยานั้นช่วยบำรุงธาตุ แก้จุกเสียด ชะพลูมีประโยชน์ทั้งทางยาและทางอาหาร ในตำรายาโบราณ รากชะพลูแก้คูถ (ขับเสมหะออกจากอุจจาระ) ต้มแก้อุระเสมหะ (เสมหะในทรวงอก) ลูกขับคอเสมหะ (เสมหะในลำคอ) ใบทำให้เสมหะงวดและแห้งเข้า แก้ธาตุพิการ บำรุงธาตุ และนอกจากนี้สรรพคุณของใบชะพลูยังช่วยในการรักษาโรคได้อีกด้วย

วิธีและปริมาณที่ใช้
-ให้ต้มน้ำ 3 ส่วน ต้มใบ ราก หรือทั้งต้นของชะพลู ต้มจนเหลือน้ำ 1 ส่วน อย่าใช้ไฟแรงเกินไป ต้องต้มให้ยาค่อย ๆ เดือด แล้วจึงนำมารับประทาน ½ -1 แก้ว ก่อนอาหาร 3 เวลา ก็จะช่วยขับเสมหะแก้จุกเสียดได้
-ใช้ต้นชะพลู โดย ถอนมาทั้งราก ล้างน้ำให้สะอาด โดยใช้ 7 ต้น ต่อการต้ม 1 ครั้ง ใส่น้ำพอท่วม ต้มให้เดือดสักพัก นำมาดื่มเหมือนต้มน้ำชาใช้รักษาโรคเบาหวานได้ แต่ข้อควรระวัง จะต้องตรวจน้ำตาลในปัสสาวะก่อนดื่มและหลังดื่มทุกครั้ง เพราะว่าน้ำยานี้ทำให้น้ำตาลลดลงเร็วมาก ต้องเปลี่ยนต้นชะพลูใหม่ทุกวันที่ต้ม ต้มดื่มต่อไปทุก ๆ วันจนกว่าจะหาย
-ใช้ราก 1 กำมือ ต้มกับน้ำ 2 ถ้วยแก้ว เคี่ยวให้เหลือ 1 ½ ถ้วยแก้ว รับประทานครั้งละ ½ ถ้วยแก้ว ใช้แก้ท้องอืดเฟ้อ ขับลม
-ใช้รากครึ่งกำมือ ผล 2-3 หยิบมือ ต้มกับน้ำ 2 ถ้วยแก้ว เคี่ยวให้เหลือ 1 ถ้วยแก้ว รับประทานครั้งละ ¼ ถ้วยแก้ว ใช้แก้บิด

ข้อควรระวัง ใบชะพลูมีสารกลุ่มออกซาเลต (Oxalate) ค่อนข้างสูง ซึ่งเป็นสารที่สามารถทำให้เกิดนิ่วในไตได้ การกินใบชะพลูมากๆ ชนิดที่เรียกว่า กินกันทุกวัน กินกันแทบทุกมื้อ แคลเซียมที่มีในใบชะพลู จะเปลี่ยนเป็นแคลเซียมออกซาเลต ซึ่งถ้าสะสมมาก ๆ อาจกลายเป็นนิ่วในไตได้ จึงควรดื่มน้ำมากๆ เพื่อให้สารดังกล่าวถูกเจือจาง ถูกขับถ่ายมาทางปัสสาวะ ควรกินใบชะพลูร่วมกับเนื้อสัตว์ร่างกายจึงใช้แคลเซียมที่มีอยู่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

กัลยาณา-เรียบเรียง
สุขสาระ ธันวาคม 2555




  • สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขพาพ (สสส.)
  • คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สำนักจุฬาราชมนตรี
  • ศูนย์นโยบายโลกมุสลิม
  • มูลนิธิสันติชน
  • มูลนิธิรณรงค์เพื่อ
    การไม่สูบบุหรี่