โรคกรดไหลย้อนป้องกันได้


วันที่ 10 สิงหาคม 2557


โรคกรดไหลย้อนป้องกันได้
แพทย์หญิง จินตนา โยธาสมุทร

ซอและห์อายุ 48 ปี เขาเป็นชายร่างอ้วน ที่ชอบรับประทานอาหารรสจัด อาหารมัน สูบบุหรี่วันละ 15 มวน ไม่ค่อยชอบออกกำลังกาย เขาทำงานเป็นพนักงานอยู่ในบริษัทแห่งหนึ่ง

ซอและห์มีอาการแสบยอดอกร้าวขึ้นไปถึงคอในช่วงหลังรับประทานอาหารมานาน 6-7 เดือน หนึ่งปีก่อนเขาเคยมีความรู้สึกขม เปรี้ยวในปากและช่องคอด้านหลัง เคยมีอาการเรอ, จุก, เสียด, แน่น และเจ็บบริเวณหน้าอก ซึ่งมักเป็นในช่วงเวลากลางคืน จนต้องลุกตื่นขึ้นมา ทำให้เมื่อตื่นนอนในตอนเช้ารู้สึกเจ็บคอและเสียงแหบ เขาจึงไปพบแพทย์ทางด้านอายุรกรรมทั่วไป

แพทย์สงสัยว่า ซอและห์จะเป็นโรคกรดไหลย้อนจึงส่งเขาไปปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านโรคทางเดินอาหาร แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านโรคทางเดินอาหารได้ทำการตรวจ ด้วยวิธีการส่องกล้องเข้าไปในหลอดอาหารที่เรียกว่า เอนโด สโคป (Endoscope) จากวิธีนี้จะทำให้ทราบว่าหลอดอาหารมีการอักเสบหรือเป็นแผลหรือไม่ และจะใช้วิธีตรวจด้วย PPI test (Protein pump inhibitor test) ซึ่งเป็นวิธีการใช้ยา กลุ่มยับยั้งการทำงานของเอนไซม์โปรตอนปั๊ม รักษาอาการโรคกรดไหลย้อน เพื่อดูการตอบสนองของโรค หลังจากการตรวจพิเศษแล้ว แพทย์กล่าวว่า

“จากการตรวจทำให้สรุปได้ว่า คุณเป็นโรคกรดไหลย้อน หรือ GERD ออกเสียงว่า เกิร์ด มากจากคำว่า Gastro-esophageal reflux disease ซึ่งเป็นโรคที่พบบ่อยในผู้ใหญ่ แต่อาจพบได้บ้างในเด็กเล็กหรือทารก โรคนี้เกิดจากกรดในกระเพาะอาหารไหลย้อนผิดปกติกลับขึ้นไปในหลอดอาหาร ทำให้ผนังด้านในของหลอดอาหารอักเสบหรือเป็นแผล ตามปกติแล้วร่างกายมีกลไกป้องกันไม่ให้อาหารและกรดในกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับขึ้นไปที่หลอดอาหาร โดยมีกล้ามเนื้อหูรูดบริเวณส่วนต่อระหว่างกระเพาะอาหารและหลอดอาหารคอยทำหน้าที่คล้ายประตูป้องกันไม่ให้อาหารและกรดในกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับเข้าไปในหลอดอาหาร...

...แต่คนที่เป็นโรคกรดไหลย้อนนั้น กล้ามเนื้อหูรูดจะหย่อนตัวลงมาผิดปกติ จึงทำให้กรดในกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับเข้าไปในหลอดอาหารได้ง่ายขึ้น หมอจะให้การรักษาโดยให้ยาในกลุ่ม Protein pump inhibitor ซึ่งจะไปออกฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์โปรตอนปั๊ม ลดการสร้างกรดในกระเพาะอาหารได้โดยตรง ทำให้การสมานแผลดีขึ้น จะให้ยาลดกรดและยาในกลุ่มยับยั้งการจับกับฮีสตามีน (H2 receptor antagonist) ไปด้วย”

แพทย์ได้แนะนำให้ซอและห์รับประทานยาตามสั่ง และขอให้ปรับเปลี่ยนวิถีการดำรงชีวิต และบรรเทาอาการของโรคนี้ด้วยวิธีการรับประทานอาหารปริมาณน้อยๆ แต่บ่อยครั้ง ลดหรือหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด ลดอาหารไขมัน ไม่รับประทานอาหาร 3 ชั่วโมงก่อนนอน หลีกเลี่ยงการก้มตัวหรือเอี้ยวตัวหลังจากรับประทานอาหารอิ่มใหม่ๆ งดสูบบุหรี่ เนื่องจากสารนิโคตินในบุหรี่จะทำให้กล้ามเนื้อหูรูดบริเวณหลอดอาหารหย่อนตัวลงไป พยายามควบคุมน้ำหนัก ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แต่หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายในท่าซิทอัพ และท่ายกขาขึ้นสูง เนื่องจากจะทำให้กรดไหลย้อนกลับได้ง่ายขึ้น สวมใส่เสื้อผ้าพอดีตัว ไม่สวมเสื้อผ้าที่คับหรือแน่นจนเกินไป เนื่องจากจะทำให้บริเวณช่องท้องถูกกดทับมากขึ้น ทำให้กรดไหลย้อนกลับได้ง่ายขึ้น และควรนอนให้หัวเตียงสูงจากแนวราบ 6-8 นิ้ว”

ซอและห์ได้ปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์ทุกประการ เขารับประทานยาตามแพทย์สั่ง จึงทำให้มีอาการดีขึ้นตามลำดับและจะไปพบแพทย์ตามนัดในอีก 2 เดือนข้างหน้า

สุขสาระ-ธันวาคม 2551




  • สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขพาพ (สสส.)
  • คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สำนักจุฬาราชมนตรี
  • ศูนย์นโยบายโลกมุสลิม
  • มูลนิธิสันติชน
  • มูลนิธิรณรงค์เพื่อ
    การไม่สูบบุหรี่