ปวดคอ


วันที่ 31 กรกฎาคม 2557


ปัจจุบัน อาการปวดคอกำลังจะกลายเป็นโรคชนิดหนึ่งเพราะความเครียดของกล้ามเนื้อคอ เกิดจากการนั่งก้มหน้าทำงานตลอดวัน การใช้สมองหรือใช้ความคิดมากเกินไป อาการหงุดหงิด ตลอดจนอุบัติเหตุใหญ่น้อยที่เกิดจากการใช้รถใช้ถนน การเล่นกีฬา เป็นต้น

อาการปวดคอที่พบบ่อย ๆ เกิดจากอิริยาบถ หรือท่าที่ผิดสุขลักษณะในกิจวัตรประจำวัน เช่น ยืนหลังค่อม พุงยื่น ทำงานทั้งวัน ความเครียดทางจิตใจ คอเคล็ดหรือยอก ภาวะข้อเสื่อมการบาดเจ็บของกระดูกคอ เช่น จากอุบัติเหตุ ตกจากที่สูง ฯลฯ ข้ออักเสบ เช่น ข้ออักเสบรูมาตอยด์หมอนรองกระดูกคอกดทับเส้นประสาท

สำหรับผู้ที่มีอาการปวดคอ หรือคอแข็งอย่างเฉียบพลัน อาจเกิดจากการเอี้ยวผิดท่า หรือหลังตื่นนอน อย่าพยายามเคลื่อนไหวคอ ทางที่ดีควรหาโอกาสนอนราบชั่วคราว ประคบด้วยน้ำแข็ง หรือน้ำร้อนตรงบริเวณที่ปวด ถ้ายังไม่ทุเลาให้กินยาแก้ปวด

ผู้ที่ปวดคอเรื้อรัง อาการปวดมักไม่รุนแรง แต่ก็มักทำให้รำคาญ เช่น เวลาก้มหรือเงย ตะแคงหรือเอี้ยวคอจะทำได้ไม่เต็มที่ ปวดภายหลังจากทำงานทั้งวัน หรือคอเคล็ดยอกบ่อย ๆ เวลาบิดผิดท่า ควรประคบด้วยน้ำแข็งหรือน้ำอ่อน กินยาแก้ปวด และโดยการนวดอย่างถูกวิธี

การปฏิบัติตนเพื่อป้องกันการปวดคอ
1. ระวังอิริยาบถ แม้ขณะทำงานอย่าก้มๆ เงยๆ มาก และนานเกินไป
2. ขณะทำงานควรหาเวลาหยุดพักเปลี่ยนอิริยาบถสัก 2-3 นาที ทุกๆ ชั่วโมง
3. เก้าอี้ที่นั่งทำงาน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องขับรถ ควรเลือกเก้าอี้ที่พนักแข็งแรง และมีที่หนุนคอให้พอดี
4. เวลานอน ควรนอนบนที่นอนที่แข็ง ให้ศีรษะอยู่ระดับเดียวกับพื้น อย่านอนคว่ำอ่านหนังสือหรือดูทีวี
5. ข้อสำคัญที่สุด หมั่นออกกำลังกล้ามเนื้อของคอทุก ๆ วัน และพยายามลดความเครียดจากชีวิตประจำวัน โดยการออกกำลังกาย เพื่อให้สุขภาพแข็งแรงอยู่เสมอ

การบริหารกล้ามเนื้อคอ มีความสำคัญมากในการรักษา และป้องกันการปวดคอเรื้อรัง
ก. การออกกำลังคอให้เคลื่อนไหวได้ดี แต่ละท่าทำ 5-10 ครั้ง วันละ 2-3 เวลา
1. ก้มและเงยหน้า ค่อย ๆ ก้มหน้าให้คางจรดกับอก แล้วเงยช้า ๆ ให้มากที่สุด
2. ตะแคงซ้ายขวา หน้าตรงค่อย ๆ ตะแคงซ้ายจนหูจรดไหล่ซ้าย แล้วตะแคงขวาในลักษณะเดียวกัน
3. หันหน้าซ้ายขวา หมุนศีรษะหันหน้าไปทางซ้ายช้า ๆ โดยให้ปลายคางอยู่ในแนวเดียวกับไหล่ แล้วหมุน กลับมาด้านขวา

ข. การออกกำลังเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ การออกกำลังคอชุดนี้ควรทำหลังจากทำชุด ก. แล้ว โดยใช้มือต้านการเคลื่อนไหวของศีรษะในทิศตรงกันข้าม เกร็งไว้ 5-10 วินาที แล้วพักแต่ละท่าทำ 5-10 ครั้ง วันละ 2-3 เวลา
1. ก้มคอ ใช้มือกดที่หน้าผากต้านกับความพยายามที่จะก้มศีรษะลง เงยหน้า เอาฝ่ามือประสานเหนือท้ายทอยกดมาด้านหน้า ขณะที่พยายามเงยศีรษะไปข้างหลัง
2. ตะแคงคอ ใช้มือซ้ายวางที่ศีรษะเหนือหูซ้าย ต้านกับความพยายามตะแคงหน้าให้หูซ้ายไปจรดไหล่ แล้วกลับมาใช้มือทำแบบเดียวกัน
3. หันหน้า ใช้มือซ้ายออกแรงยันที่หน้าหูซ้าย ขณะที่พยามหันหน้าไปทางซ้าย แล้วสลับใช้มือขวาทำแบบเดียวกัน

สำหรับผู้ที่มีอาการปวดคอต่อไปนี้สมควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจดูอาการ ได้แก่
1. อาการปวดที่เกิดขึ้นภายหลังจากการได้รับอุบัติเหตุโดยตรง
2. อาการปวดที่เป็นอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่ดีขึ้น
3. อาการปวดที่รุนแรงมาก ๆ
4. อาการปวดคอร่วมกับการปวดร้าวลงมาตามแขน
5. อาการปวดคอร่วมกับการที่แขนชา และไม่มีกำลัง

สุขสาระ เมษายน 2555




  • คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สำนักจุฬาราชมนตรี
  • มูลนิธิสันติชน
  • มูลนิธิรณรงค์เพื่อ
    การไม่สูบบุหรี่