โรคหลังน้ำท่วม?


วันที่ 23 กรกฎาคม 2557


นายแพทย์กษิดิษ ศรีสง่า

เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2555 ที่ผ่านมา มีการทำพิธีเปิดสนามบินดอนเมืองขึ้นมาใหม่ หลังจากถูกน้ำท่วมไปหลายเดือน โดยมี นายกรัฐมนตรีไปเป็นประธานการเปิด ซึ่งดูเหมือนเป็นเรื่องทางการเมืองธรรมดา ไม่น่าจะเกี่ยวอะไรกับสุขภาพ แต่แท้ที่จริงมีส่วนเกี่ยวข้องอยู่พอสมควรเลยทีเดียว

นั่นก็คือมีการตรวจสอบโดยกระทรวงสาธารณสุขด้วย เพื่อค้นหา และป้องกันไม่ให้เกิดโรคที่เกิดจากน้ำท่วมขังคือ โรคลีเจียนแนร์ (Legionnaires ' Disease) หลังจากที่ได้ตรวจสอบแล้ว และมั่นใจว่า ไม่มีโรคนี้อยู่แน่นอน แล้วจึงสามารถทำการเปิดใช้สนามบินได้ แน่นอนถ้าหากมีโรคนี้อยู่ สนามบินก็ไม่อาจจะเปิดทำการได้ จึงแสดงให้เห็นกันอย่างชัดเจนว่า โรคดังกล่าวมีความสำคัญมากเพียงใด

โรคลีเจียนแนร์ ฟังคล้ายๆ ชื่อเกาหลี ที่ชอบมีชื่อ ลีๆ แนๆ อยู่เรื่อย แต่กลับไม่ใช่เกาหลีและไม่เกี่ยวกับชาวเกาหลีเลย แต่เป็นโรคทางเดินหายใจชนิดหนึ่ง ที่เกิดจากเชื้อโรคแบคทีเรีย ที่มีชื่อว่าลีจิเนลลา นิวโมฟิลา Legionella pneumophila

แหล่งที่พบเจ้าเชื้อแบคทีเรียลีจิเนลลานี้บ่อยๆมากที่สุดคือ เครื่องปรับอากาศ เพราะมันเป็นเชื้อโรคที่ชอบอาศัยอยู่ในน้ำนิ่งๆ เช่น น้ำในหอผึ่งเย็นของเครื่องปรับอากาศตามอาคารใหญ่ๆ ต่างๆ เช่น ศูนย์การค้า โรงแรม สนามบิน และโรงพยาบาล เป็นต้น ดังนั้น ที่ใดๆก็ตามที่มีเครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่ และมีที่ให้น้ำนิ่งๆอยู่ เราสามารถจะพบเจ้าเชื้อชนิดนี้ได้เสมอ

การแพร่กระจายก็ออกมาทางอากาศที่เครื่องปรับอากาศนั้นพ่นออกมาให้เรานั่นเอง เชื้อจะเข้าไปตามทางเดินหายใจไปสู่ปอด เข้าไปยังถุงลมปอด ซึ่งถือว่าเป็นจุดปลายทางของปอด และไปถูกจับโดยเซลล์ ทหารของร่างกายชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า แมคโครฟาจ (Macrophage) ดูดกินเข้าไปซึ่งธรรมดาเมื่อเจอไม้นี้เข้าแบคทีเรียทั่วๆไปจะถูกแมคโครฟาจย่อยจนตายไปเสมอ แต่ด้วยเหตุผลใดไม่ทราบได้ เจ้าเซลล์ชนิดนี้กลับไม่ถูกย่อยไป และเอาชนะ เซลล์แมคโครฟาจได้ ทำให้เซลล์แมคโครฟาจแตกออก และปล่อยเชื้อลีเจียนแนร์ออกมา แพร่กระจายไปตามที่ต่างๆในร่างกาย

อาการก็คือ เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย ปวดกล้ามเนื้อ และปวดหัว หลังจากนั้นหนึ่งวัน ไข้จะสูงและมีอาการหนาวสั่น มีไข้ ไอแห้งๆ ปวดท้อง ท้องเสีย เมื่อเอกซเรย์จะพบมี ปอดอักเสบเป็นปื้นหรือจุดขาวๆ ทำให้การหายใจล้มเหลว อัตราการตายจากโรคลีเจียนแนร์ที่รักษาตัวในโรงพยาบาลสูงถึงร้อยละ 39 และจะสูงกว่านี้ในกลุ่มที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ (Compromised immunity) มักเกิดภายในช่วงสัปดาห์หนึ่ง หลังไปท่องเที่ยวมา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในคนที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ คนอ่อนแอ เช่น อายุมาก ชอบสูบบุหรี่ เป็นเบาหวาน โรคปอดเรื้อรัง โรคไต หรือโรคมะเร็ง เป็นต้น

เนื่องจากเป็นเชื้อแบคทีเรีย การรักษาจึงใช้ยาปฏิชีวนะเป็นหลัก และมักจะรักษาได้ไม่ยากนัก โดยให้ทางหลอดเลือดดำ พอไข้ลงแล้วก็เปลี่ยนมาเป็นยารับประทานจนครบสองอาทิตย์ ก็มักจะหายดี

ดังนั้นโรคนี้ ถ้าเป็นแล้วและรักษาถูกต้อง มักจะไม่ค่อยเป็นอะไร มันจึงไม่น่ากลัวนักในแง่การแพทย์ แต่กลับมีความสำคัญมากในแง่ผู้ดูแลอาคารต่างๆ เพราะมันฟ้องถึงการดูแลอาคารหนึ่งๆ ว่าสะอาดพอเพียงหรือไม่ เรียกว่าถ้าที่ใดมีจะเป็นสิ่งที่น่าขายหน้ากันอย่างมากทีเดียว และบ่งบอกถึงมาตรฐานอาคารแห่งนั้นๆว่า ได้มาตรฐานหรือไม่ได้มาตรฐานเพียงพอ ยิ่งเป็นสถานที่ที่คนต้องไปรวมกันอยู่มากๆเช่น ศูนย์การค้า โรงแรม หรือสนามบิน ยิ่งเป็นสิ่งที่ต้องเข้มงวดถึงขั้นเกิดขึ้นไม่ได้เลย เนื่องจากจะสร้างความตระหนกตกใจให้กับผู้มาใช้บริการ และจะพากันหนีไปหมด ทำให้เจ้าของอาคาร ขาดทุนหรือล้มละลายได้ การป้องกันโรคนี้ จึงถือเป็นเรื่องสำคัญขั้นคอขาดบาดตายสำหรับอาคารใหญ่ๆเลยทีเดียวครับ พวกเราถ้าไปเที่ยวต่างประเทศ ก็คงต้องระวังโรคลีเจียนแนร์กันไว้บ้าง พยายามอยู่ห่างๆ ลมที่พัดออกมาจากแอร์หน่อย ก็น่าจะดีนะครับ วัสลาม ฯ

สุขสาระ
เมษายน 2555




  • สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขพาพ (สสส.)
  • คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สำนักจุฬาราชมนตรี
  • ศูนย์นโยบายโลกมุสลิม
  • มูลนิธิสันติชน
  • มูลนิธิรณรงค์เพื่อ
    การไม่สูบบุหรี่