กลืนไม่เข้าคายไม่ออก


วันที่ 17 กรกฎาคม 2557


อาการกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เป็นสำนวนภาษาไทยที่สละสลวยมาก และได้ความหมายชัดเจน มันหมายถึงสภาวะอย่างหนึ่ง ที่ทำให้เราอึดอัดใจ ไม่สามารถจะตัดสินไปทางใดได้อย่างชัดเจนสักทางหนึ่ง นั่นก็คือ กลืนเข้าไปก็ไม่ได้ จะคายออกมาก็ไม่ได้ จึงติดขัดอยู่กลางลำคอเช่นนั้น ถือได้ว่าเป็นภาวะที่อึดอัดมากทีเดียวสำหรับผู้ที่ตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้

ในทางการแพทย์เรา ก็สามารถมีสภาวะคล้ายๆ อย่างนั้นได้เหมือนกันในหลายๆ โรค ทั้งนี้ เนื่องจากในสภาวะปกติ เวลาเรากลืนอาหาร จะมีกล้ามเนื้อรอบๆ คอหอยค่อยๆ บีบตัวทางด้านบน และคลายตัวทางด้านล่าง ทำให้อาหารที่เรากลืนลงไปนั้นวิ่งไปตามทางด้านล่างลงไปสู่กระเพาะ การบีบตัวเช่นนี้ เป็นไปจากกล้ามเนื้อของคอหอย ไม่เกี่ยวกับแรงโน้มถ่วงของโลกแต่ประการใด ดังนั้น แม้เราจะเล่นกายกรรม เอาหัวลงข้างล่างเอาเท้าชี้ฟ้า เราก็ยังคงกลืนอาหารให้ลงไปด้านกระเพาะอยู่เหมือนเดิม

นอกจากทำหน้าที่ไล่อาหารลงไปยังกระเพาะอาหารแล้ว กล้ามเนื้อบริเวณคอหอยยังมีกล้ามเนื้อที่คอยทำหน้าที่เปิดปิด อวัยวะส่วนหนึ่งที่เรียกว่า อพิกลอททิส (epiglottis) ด้วย อพิกลอททิสที่ว่านี้ จะมีลักษณะเหมือนใบไม้ ทำหน้าที่เป็นฝาปิดที่ด้านบนของหลอดลม ขอให้เราลองจินตนาการถึง ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง ที่มีลักษณะเป็นถุง และมีฝาเปิดอยู่ พอแมลงเข้าไปในถุงนั้นฝาก็จะปิด ทำให้แมลงไม่สามารถ ออกมาได้ และต้องตายกลายเป็นอาหารของเจ้าต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงนั่น ตัวอพิกลอททิสก็เช่นกัน ที่มีลักษณะเป็นฝาปิดด้านบน ไม่ใช่เพื่อกักขังอะไร แต่เพื่อป้องกันไม่ให้อาหารที่เรากินนั้นเล็ดลอดหลุดเข้าไปในหลอดลมได้ เวลาเรากลืนอาหาร ฝาอพิกลอททิสจะเข้ามาปิดหลอดลม ทำให้เราหายใจไม่ได้ ต้องหยุดหายใจครู่หนึ่ง และเมื่อกลืนอาหารเสร็จเราจึงจะหายใจต่อได้ การทำงานเหล่านี้ เกิดจากสมองที่สั่งงานมาตามเส้นประสาทสันหลัง ตามลำดับ ดังนั้นในคนที่เป็นอัมพาตครึ่งซีก เส้นประสาทเหล่านี้ ไม่ทำงาน หรือทำงานได้ไม่ปกติ การกลืนจึงบกพร่องไป จึงมักพบเสมอว่าผู้ป่วยจะรับประทานอาหารเองไม่ได้ จะกลืนเองไม่ได้ เพราะกล้ามเนื้อทำงานไม่ประสานกัน อาหารจึงไม่วิ่งลงไปตามทาง หรือกลืนได้ แต่มักจะสำลักหรือมีอาหารหลุดเข้าไปในหลอดลมก่อให้เกิดหลอดลมอักเสบ และปอดอักเสบได้บ่อยๆ เนื่องจาก อพิกลอททิสปิดไม่สนิทนั่นเอง

ยังมีอาการกลืนลำบากอีกอย่างหนึ่ง ที่เกิดขึ้นเมื่อกลืนอาหารผ่านคอหอยไปแล้ว แต่ไปติดแน่นอยู่แถวๆ หน้าอก ทำให้แน่นอึดอัดเช่นกัน ส่วนนี้จะเกิดจากการบกพร่องที่หลอดอาหารเป็นส่วนใหญ่ เช่น จากกล้ามเนื้อบีบตัวไม่ประสานกัน หรือไม่มีเส้นประสาทอยู่แถวๆ นั้น ทำให้อาหารไม่เคลื่อน หรือเคลื่อนได้ไม่ดี แต่การปิดมักไม่ปิดสนิทนัก ดังนั้น พวกนี้ โดยมาก เมื่อทานอาหารพวกน้ำจะติดแน่นอยู่นาน แต่ทานอาหารพวกข้าว หรือขนมปัง กลับเคลื่อนไปได้ เนื่องจากข้าวหรือขนมปังมีลักษณะแข็งกว่าน้ำสามารถผลักดันได้ดีกว่า จึงสามารถเปิดรูหลอดอาหารให้อาหารวิ่งไปยังกระเพาะอาหารได้

อาการกลืนไม่เข้าที่น่ากลัวที่สุดคือ มีก้อนเนื้องอก หรือมะเร็งเกิดขึ้นในหลอดอาหาร พวกนี้ จะทำให้หลอดอาหารตีบแคบลง เมื่อแคบถึงระดับหนึ่ง หลอดอาหารจะเหลือเพียงรูเล็กๆ ทำให้อาหารประเภทของแข็ง ไม่สามารถผ่านไปได้ หรือผ่านได้ด้วยความยากลำบาก แต่อาหารพวกน้ำหรือของเหลวสามารถผ่านไปได้มากกว่า นอกจากนี้ มะเร็งหลอดอาหารยังทำให้มีอาการเบื่ออาหารน้ำหนักลดด้วย โรคนี้ พบมากในคนจีนสูงอายุ ที่มักชอบดื่มน้ำชาร้อนๆ มากๆ เป็นประจำ ดังนั้นในคนสูงอายุ ที่ไม่เป็นอัมพาต แต่มีอาการกลืนไม่เข้าเพิ่งเป็นมา เดือนสองเดือน มีเบื่ออาหารน้ำหนักลด ชอบดื่มชาหรือของร้อนๆ มากๆ เป็นประจำ แพทย์จะต้องนึกถึงโรคนี้ไว้เสมอ

หลอดอาหารตีบที่เกิดขึ้นอีกแบบหนึ่งคือ หลอดอาหารตีบจากการดื่มยาฆ่าแมลง หรือสารที่มีฤทธิ์กัดกร่อนเข้าไป เช่น กรด หรือด่าง ในคนที่ฆ่าตัวตาย พวกนี้ แม้ช่วยให้รอดชีวิตมาได้ แต่ถ้าหากน้ำยาที่รับประทานเข้าไปนั้นแรงมากจนทำลายส่วนหนึ่งของหลอดอาหารและกลายเป็นแผลเป็น ทำให้หลอดอาหารตีบหมด จึงไม่สามารถทานอาหารแข็งๆ ได้ ทานอาหารได้เฉพาะพวกน้ำๆเท่านั้น แต่พวกนี้ ความอยากอาหารจะเป็นปกติ

วิธีที่ดีที่สุดในการตรวจพวกนี้คือ การส่องกล้องเข้าไปดู ซึ่งจะมีแง่ดีคือ เห็นพยาธิสภาพได้อย่างชัดเจน สามารถเอาชิ้นเนื้อมาตรวจได้ แต่ก็ต้องระวังในรายที่มีหลอดอาหารตีบแคบมากๆ เพราะอาจจะทำให้ทะลุได้ บางครั้งจึงใช้วิธีกลืนแป้งทึบรังสี และเอกซเรย์ดู

การรักษาอาการกลืนไม่ลง ก็คงเป็นการรักษาตามสาเหตุนั้นๆ ถ้าเกิดจากอัมพฤกษ์ อัมพาต ก็ใช้การทำกายภาพ ฝึกกลืนเป็นหลัก ถ้าหากเกิดจากมะเร็งตีบจากการถูกทำลายด้วยสารเคมี กรดด่าง พวกนี้ อาจจะต้องผ่าตัดทิ้งแล้วเอากระเพาะอาหาร หรือลำไส้ใหญ่ไปต่อไว้แทน หรือถ้าทำไม่ได้อาจจะใส่แค่ท่อเพื่อขยายให้อาหารวิ่งเข้าไปได้ ก็สามารถทำได้เช่นกัน

ดังนั้น ถ้าเกิดอาการกลืนไม่เข้าครั้งใด คงต้องไปพบแพทย์แต่เนิ่นๆ เพื่อหาสาเหตุ และรักษาไปตามสาเหตุนั้นๆ จะปลอดภัยที่สุด และควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ร้อนจัดๆ ให้หันมารับประทานหรือดื่มอาหารที่อุ่นพอควร ไม่มากและไม่น้อยเกินไป ดังนั้นในอิสลาม ท่านศาสดา มุฮัมมัด ซล. จึงได้ห้ามไม่ให้พวกเราเป่าอาหาร หรือเครื่องดื่มให้เย็นเพื่อที่จะรับประทานเข้าไป เพราะนั่นจะทำให้เย็นเฉพาะภายนอก แต่ข้างในยังร้อนอยู่ และเมื่อรับประทานไปนานๆ อาจจะเป็นบ่อเกิดของมะเร็งหลอดอาหารได้ วิธีการที่ถูกต้องคือ ต้องรับประทานอาหารที่มีความร้อนที่ร่างกายเรารับได้พอดีๆโดยไม่ต้องเป่า จึงจะเป็นการปลอดภัยที่สุดครับ ขอจบเพียงเท่านี้ ขออนุญาตไปดื่มชาร้อนก่อนนะครับ วัสลามฯ

บทความโดย นพ.กษิดิษ ศรีสง่า
สุขสาระ-มีนาคม 2555




  • คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สำนักจุฬาราชมนตรี
  • มูลนิธิสันติชน
  • มูลนิธิรณรงค์เพื่อ
    การไม่สูบบุหรี่