สมุนไพรกับภูมิแพ้


วันที่ 15 กรกฎาคม 2557


โรคภูมิแพ้หอบหืดเป็นโรคระบบทางเดินหายใจ พบได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ทั่วโลกประมาณ 5-10 % โดยมีอัตราการตายสูงกว่า 30% ปัจจุบันมีแนวโน้มที่โรคเหล่านี้จะรุนแรงมากขึ้น ทั้งนี้สาเหตุมาจากสภาวะสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป ตลอดจนอาจขาดการดูแลรักษาที่ถูกต้อง เช่น ใช้ยาแบบสูดพ่นมากเกินไป เป็นต้น อาการภูมิแพ้ของผู้ป่วยหอบหืดมักเกิดช่วงกลางคืน เริ่มจากไอมีเสมหะเหนียว มีเสียงหายใจดังวี๊ด แน่นหน้าอก เหนื่อยหอบ หากรุนแรงจะมีอาการทุกคืน ริมฝีปากอาจเขียว เล็บเขียวเนื่องจากภาวะขาดออกซิเจน และมีโอกาสที่จะเสียชีวิตได้ อาการเหล่านี้เป็นสาเหตุที่มาจากการเกร็งตัว หรือหดตัวของหลอดลม ทำให้เกิดการคั่งของเลือดในทางเดินหายใจ ทำให้เยื่อบุมีการอักเสบ บวม ร่างกายจะไวต่อสิ่งกระตุ้นต่าง ๆ จากสิ่งแวดล้อมที่มีมลภาวะเช่น ฝุ่นละออง เชื้อรา จึงทำให้เกิดภาวะการหดตัว และการอักเสบของหลอดลมมากขึ้นได้

สารที่สามารถกระตุ้นให้เกิดภูมิแพ้ หอบหืด เช่น ตัวไรฝุ่น เชื้อราดังกล่าว ที่อาจปะปนในอากาศ รังแค ขนสัตว์ พรม ยาบางชนิด เช่น แอสไพริน สีผสมอาหาร สารเคมีในโรงงาน

การออกกำลังกายที่ไม่ถูกต้องในสภาพดินฟ้าอากาศที่เปลี่ยนแปลง และในอาหาร ไม่ควรปล่อยให้มีของเสียสะสมในลำไส้ มีการขับถ่ายที่เป็นปกติ โดยการรับประทานอาหารที่มีเส้นใย เพื่อช่วยกวาดของเสียทิ้งออกไปกับการถ่ายอุจจาระ

วิธีแก้ไขปัญหาภูมิแพ้ ด้วยสมุนไพร
-น้ำมูกไหลเนื่องจากเป็นหวัด เอาขิงแก่มาหั่นเป็นแว่นบาง ๆ ใส่น้ำต้มให้ข้นที่สุดเท่าที่จะทนรสเผ็ดของขิงได้ เอาน้ำขิงร้อน ๆ มาชงน้ำตาลกินอย่างชาหรือกาแฟ กินต่างน้ำประมาณ 2-3 ถ้วย อาการจะดีขึ้น
-น้ำมูกไหลเนื่องจากแพ้อากาศ
- ใช้ใบหนุมานประสานกายสด 5-10 ช่อ ต้มกับน้ำ 7-10 แก้ว ต้มเดือดนานประมาณ 10 นาที แบ่งกินให้หมดตลอดวัน
- เอาใบฟ้าทะลายโจรในระยะที่เริ่มออกดอก ตากแดดให้แห้งบดเป็นผงผสมน้ำเชื่อม ปั้นเป็นเม็ดขนาดเท่าไข่จิ้งจกให้กินครั้งละ 5 เม็ด ในตอนเช้าอาการจะดีขึ้น
- กินหัวหอมครั้งละ 7 กลีบ พร้อมอาหารทุกวัน หรือ ใช้ต้นเหงือกปลาหมอแห้งหนัก 2 ส่วน พริกไทยหนัก 1 ส่วนบดเข้าด้วยกันเป็นผง ผสมกับน้ำผึ้งปั้นเป็นก้อนขนาดเท่าปลายนิ้วก้อยกินวันละ 2 ครั้งๆละ 1-2 เม็ด เช้า-เย็น แล้วอาการจะดีขึ้น

ในหอมหัวแดงมีสารไบโอฟลาโวนอยด์ ชื่อ quercitih ซึ่งมีสูตรโครงสร้างทางเคมีคล้าย cromolyn sodium ซึ่งเป็นยาที่นิยมใช้รักษาโรคภูมิแพ้และอาการหอบหืด โดยตัวของสารในกลุ่มไบโอฟลาโวนอยด์นั้น มีฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งอนุมูลอิสระเป็นเสมือนเชื้อเพลิงที่ทำให้อาการอักเสบรุนแรงขึ้น

การกำจัดอนุมูลอิสระด้วยการรับประทานผักที่มีสีแดง สีส้ม ก็จะช่วยรักษาอาการแพ้ได้ นอกจากนี้ยังพบว่า ขมิ้นชัน จะช่วยให้โรคภูมิแพ้ดีขึ้น ขนาดรับประทานถ้าเป็นการป้องกันก็ใช้ผงขมิ้นชันประมาณ 500-1000 มิลลิกรัม (1-2 แคปซูล) วันละ 2-3 ครั้ง แต่ถ้ามีอาการควรรับประทานเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 4 แคปซูล วันละ 3 ครั้ง

สำหรับผู้ที่มีโรคภูมิแพ้ โรคแพ้อากาศ หอบหืดเป็นโรคประจำตัวควรสังเกตว่าตนเองเกิดอาการโรคภูมิแพ้เมื่ออยู่ใกล้หรือสัมผัสกับสิ่งใด อะไรเป็นสารก่อภูมิแพ้ต่อร่างกายตนเองแล้วหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านั้นให้ได้มากที่สุด ซึ่งเป็นหนทางที่ดีที่สุดเพื่อลดอาการของโรคภูมิแพ้ หอบหืดได้

สุขสาระ มีนาคม 2555




  • คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สำนักจุฬาราชมนตรี
  • มูลนิธิสันติชน
  • มูลนิธิรณรงค์เพื่อ
    การไม่สูบบุหรี่