สมุนไพรกับดีซ่าน


วันที่ 14 กรกฎาคม 2557


“แดนดิไลอัน” หรือที่บางท่านเรียกว่า “แดนดิไลออน”เป็นวัชพืชสูงประมาณ 6-10 นิ้วขึ้นได้ทั่วไป เป็นพืชเมืองหนาว พบได้ทั้งในยุโรป เอเชีย และอเมริกาเหนือ แต่ไม่พบในเมืองไทย มีการนำมาใช้เป็นสมุนไพรมาตั้งแต่อดีตสำหรับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพของตับ ถุงน้ำดี ไต และข้อต่อรวมถึงผู้ที่ระบบย่อยไม่ดีและไวรัสตับอักเสบ

นักวิทยาศาสตร์พบว่าในใบของแดนดิไลอันมีเบต้าแคโรทีนสูงมาก คือ มีวิตามินเอสูงถึง 14,000 หน่วยสากลต่อพืช 100 กรัม ทำให้แดนดิไลอันมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก ประเทศอังกฤษให้การรับรองเป็นยารักษาโรคตับมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 มีสรรพคุณเป็นยา เนื่องจากอุดมไปด้วยสารอาหาร ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เป็นสมุนไพรต้านอนุมูลอิสระที่มีฤทธิ์แรง ช่วยบำรุงรักษาตับ ถุงน้ำดี ให้ทำงานได้ดีและมีประสิทธิภาพในการทำงานล้างพิษให้ร่างกาย ล้างพิษทางเดินอาหารและลำไส้ที่เกิดจากการรับประทานอาหารจำพวกเนื้อ ไขมัน อาหารทอด กาแฟ ยารักษาโรค มีฤทธิ์ต้านมะเร็งเต้านม รักษาโรคตับอักเสบ อาการบวมของตับ ดีซ่าน

แดนดิไลอันมีเกลือโปแตสเซียมสูงมาก จึงมีผลในการเสริมภูมิต้านทาน ในขณะเดียวกันแดนดิไลอันมีสารแมนนิทอล ค่อนข้างสูง โดยเฉพาะต้นที่ขึ้นในฤดูใบไม้ผลิ จึงมีฤทธิ์เป็นยาขับปัสสาวะอย่างแรง แต่เพราะมี โปแตสเซียมสูง การขับปัสสาวะที่เกิดขึ้นจึงไม่ทำให้ร่างกายเสียโปแตสเซียมเหมือนกับยาขับปัสสาวะตัวอื่นๆ การดื่มชาจากใบและรากของแดนดิไลอันจะช่วยลดความดันเลือด แต่ถ้าใช้ใบสดๆ คั้นเอาน้ำมาดื่ม ยิ่งมีฤทธิ์ขับปัสสาวะที่แรงกว่า

แดนดิไลอันมีสารชื่อ ยูเดสมาโนไลด์ (Eudesmanolides) ทำให้ “ใบ” มีรสออกขมๆ สารตัวนี้มีฤทธิ์กระตุ้นทำให้อยากอาหาร ยังมีสารไกลโคไซด์ เช่น ลูเตอีน (Lutein) ไวโอแลกแซนติน (Violaxanthin) เทอร์ปีนอยด์ (Turpenoid) โคลีน (Choline) และธาตุเหล็ก

“ราก” มีรสขม เป็นยาบำรุงตับ เร่งการขับน้ำดีและช่วยย่อยไขมัน ช่วยรักษาอาการอักเสบของข้อ รักษาเกาต์ ใช้เป็นยาระบายอ่อนๆ และช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ในผู้ป่วยโรคตับ หากกินน้ำซุปรากแดนดิไลอันใส่ใบซอเรลและไข่แดง จะช่วยลดอาการเลือดคั่งในตับ ซึ่งมักจะเป็นในโรคตับอักเสบเรื้อรัง จึงช่วยลดอาการอาหารไม่ย่อย ท้องอืด แน่นท้อง ได้ดี

“ดอก” มีสารเฮเลนิน (Helenin) เบต้าแคโรทีน และวิตามินบี 2 วารสารการแพทย์อเมริกันระบุว่า เฮเลนินในดอกของแดนดิไลอันสามารถรักษาอาการตามองไม่เห็นในเวลากลางคืนได้ดี

นอกจากแดนดิไลอันแล้วยังมี “แรดิชดำ” พืชเมืองหนาวอีกชนิดหนึ่ง จัดอยู่ในตระกูล กะหล่ำ มีคุณค่าทางอาหารสูง ช่วยป้องกันเลือดออกตามไรฟัน กระตุ้นปัสสาวะ เป็นยาระบายอ่อนๆ รักษาโรคระบบทางเดินหายใจ โรคดีซ่าน มีกรดอะมิโนที่มีสรรพคุณยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้องอกและมะเร็ง ช่วยทำให้เลือดลมดี และการไหลเวียนของโลหิตดีขึ้นนิยมนำมารับประทานสดในสลัด ต้มซุป ต้มจืด

จากตำราจีน “มันเทศ” เป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรตชั้นเยี่ยมที่ให้พลังงานสูง โดยมันเทศ 1 ขีด จะให้พลังงานถึง 90 แคลอรี และไม่ก่อให้เกิดพิษต่อร่างกายเหมือนอาหารที่แปรรูปจากแป้งหรือน้ำตาลแบบอื่นๆ มันเทศมีวิตามินบี 2 และโฟเลตสูงรองลงมาจากผักใบเขียว วิตามินซีบำรุงเนื้อเยื่อในร่างกายและช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคโรทีนอยด์ได้ดีขึ้น มันเทศมีเส้นใยอาหารสูง จึงกินเพื่อควบคุมน้ำหนักได้ดี ช่วยบรรเทาอาการท้องผูก ลดอัตราเสี่ยงของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ มันเทศมีฤทธิ์เย็น รสหวาน มีสรรพคุณแก้ท้องผูก ช่วยย่อยอาหาร แก้กระหาย –ช่วยปรับสภาพเลือด บำรุงร่างกายโดยทั่วไป บำรุงกำลัง บำรุงกระเพาะ เลือด ม้าม - ป้องกันโรคต้อกระจก ตาบอดกลางคืน รักษาเบาหวาน แก้โรคดีซ่าน ป้องกันโรคหัวใจและมะเร็ง- ใบ แก้แผลไฟไหม้ แก้ผื่นคัน ตุ่มพุพอง

การกินมันเทศโดยไม่ปอกเปลือกจะได้รับสารอาหารมากขึ้นโดยเฉพาะเบต้าแคโรทีนและเส้นใยอาหารชนิดไม่ละลายน้ำที่พบมากบริเวณเปลือก เบต้าแคโรทีนในมันเทศไม่เพียงเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพดวงตาและผิวพรรณ แต่ยังทำงานร่วมกับสารแคโรทีนอยด์อีกหลายชนิด สามารถลดความเสี่ยงของโรคข้ออักเสบได้ นอกจากนั้น อีกกว่าครึ่งของเส้นใยในมันเทศคือ เพกติน เส้นใยที่ละลายน้ำได้ ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยควบคุมคอเลสเตอรอลในกระแสเลือด มันเทศจึงเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพหัวใจอีกชนิดหนึ่ง

สถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า ใบมันเทศมีเบต้าแคโรทีน 862.64 ไมโครกรัม ขณะที่ในหัวมีเพียง 175 ไมโครกรัม ศูนย์วิจัยพืชผักแห่งเอเชียจึงจัดลำดับให้ใบมันเทศ อยู่ในกลุ่มของพืชผักที่อุดมสมบูรณ์ทางสารอาหาร และยกย่องให้เป็นราชินีแห่งผัก เลยทีเดียว

ตำราจีนยังแนะนำ “แตงกวา” ที่สามารถกินผลอ่อนเป็นผักสดหรือนำมาประกอบอาหารแล้วผลแก่ยังนำมาประกอบอาหารได้หลายอย่าง เช่นกัน ส่วน รากนำมาต้มน้ำดื่มเป็นยาระบายและทำให้อาเจียน ดอกตากแห้งต้มน้ำดื่มแก้โรคดีซ่าน หรือบดเป็นผงพ่นแผลในจมูกผลเป็นยาระบาย ช่วยขับปัสสาวะ ขับเหงื่อ และน้ำนม ส่วนเมล็ด ช่วยขับปัสสาวะและแก้ไอ น้ำมันจากเมล็ดนำมาประกอบอาหารได้เช่นกัน

ตำราไทย แนะนำหญ้าดอกขาวใช้ทั้งต้น ช่วยแก้ไข้ แก้ไอ ดีซ่าน ปัสสาวะรดที่นอน ใบสด แก้กลากเกลื้อน เรื้อนกวาง และยังช่วยเลิกบุหรี่ได้โดยนำไปเคี่ยว ใช้ในลักษณะอมแล้วดื่มก่อนการสูบบุหรี่ทุกครั้ง จะช่วยทำให้รสชาติของบุหรี่เปลี่ยนไปทันทีหลังการใช้ครั้งแรกและครั้งต่อ ๆ ไป ทำให้ไม่อยากสูบบุหรี่ในที่สุด และลดจำนวนมวนบุหรี่ที่สูบต่อวันได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะสูบหนักหรือเบามาก่อนก็ตาม

สุขสาระ พฤษภาคม 2557
ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต




  • คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สำนักจุฬาราชมนตรี
  • มูลนิธิสันติชน
  • มูลนิธิรณรงค์เพื่อ
    การไม่สูบบุหรี่